Friday, 25 November 2011

2012 โลกจะแตกจริงหรือ???



คงเป็นคำถามที่มีแต่คนสงสัย

2012 มันมาจากปฏิทินของมายา ที่ในปฏิทินนั้นดันมาสิ้นสุดในวันที่ 21 ธันวาคม 2012 ซึ่งปฏิทินมายานั้นมีความเที่ยงตรงกว่าปฏิทินระบบที่เราใช้กันสากล ตรงนี้หลายคนคงจะเคยได้ยินกันมาแล้ว

ในเมื่อมันเป็นวัน สุดท้ายใน ปฏิทิน คนก็เลยเชื่อกันว่ามันเป็นวันสิ้นโลก ไม่งั้นชาวมายาเขาคงจะทำปฏิทินต่อจากวันนั้นสิ จะทิ้งค้างๆคาๆทำไม (มั้ง อันนี้เจ้าของบล็อกคิดเอง)

>>>> คำเตือน ต่อจากนี้จะเป็นการคาดการณ์ (เดา นั่นเอง) ของเจ้าของบล็อก โดยมีพื้นฐานมาจากประสบการณ์ตรงและอ้อม โปรดใช้วิจารณญาณขณะอ่าน

สำหรับเราแล้ว 2012 ไม่ใช่วันสิ้นโลก

แต่ขอเรียกว่าเป็นจุดเปลี่ยนของยุคก็แล้วกัน

จากประสบการณ์ เราเองเป็นสมาชิกคนหนึ่งของ กลุ่มประสานงานเพื่อการเตือนภัย (เขากะลา) ซึ่ง กลุ่มนี้ได้รับการติดต่อจากมนุษย์ต่างดาว และทำงานร่วมกับมนุษย์ต่างดาวเพื่อเตรียมพร้อมและช่วยเหลือมนุษย์โลกในยาม เกิดภัยพิบัติใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต (ใหญ่จริงๆ พวกภัยพิบัติทุกวันนี้มันยังแค่น้ำจิ้ม)

หลายคนมองว่ากลุ่มนี้บ้า เพี้ยน หรือเป็นลัทธิต่างดาว พวกคนในกลุ่มก็พูดจาแบบที่คนธรรมดาไม่เข้าใจ ระบ่งระบบอะไรของแก อุปกรณ์อะไร ประหลาดเกินไปแล้ว เราเองก็โดนมาเยอะ ทั้งเพื่อน ทั้งอาจารย์ คนในบ้าน คนรู้จัก บางคนเข้ามาคุยกับเรา จนเขาตีตัวออกห่างไปก็เพราะเรื่องนี้แหละ แต่เราไม่สนใจ เพราะเรื่องที่ได้ประสบพบเจอมันเกินจินตนาการ จนเราเอาชีวิตตัวเองไปเขียนเป็นนิยายแล้วเนี่ย ทุกสิ่งที่เจอมันเป็นของจริง มันสอดคล้องรองรับกันไปหมด บังเอิญจนไม่รู้จะบังเอิญยังไง มันถูกกำหนด ถูกจัดวางเอาไว้แล้ว (อาจารย์มาแซวว่าเป็นพวก determinism ฮา~)

กลุ่มนี้ได้รับข้อมูลมาจากต่างดาวเกี่ยวกับภัยพิบัติ ว่าได้มีการวางแผนไว้เป็นพันๆปีเพื่อการช่วยเหลือนี้ คิดดูละกัน มนุษย์ต่างดาวที่เขามีความเจริญทั้งทางเทคโนโลยีและจิตใจมากกว่ามนุษย์โลก มากนักยังต้องมาระดมกำลังเพื่อช่วยเหลือเนี่ย แสดงว่าภัยพิบัติในกาลข้างหน้ามันจะใหญ่หลวงขนาดไหน

(มีการขับจานบินมาให้เห็นบ่อยครั้งเพื่อเป็นการยืนยัน บางทีเราพูดปุ๊บมาปั๊บ บางทีมองๆดาวอยู่บนท้องฟ้า ปรากฏว่าไม่ใช่ดาว เพราะอยู่ๆดาวดวงนั้นก็ดับไฟหนีเฉยเลย!)

คือโลกมันไม่แตก ระเบิด ตู้มมมมมมม กลายเป็นโกโก้ครั้นช์หรอก

แค่ภัยพิบัติใหญ่ๆจะเกิดขึ้นถี่ๆ และพร้อมกันจนมนุษย์ทั่วโลกไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เท่านั้นเอง

ไฟฟ้าจะใช้ไม่ได้ เครือข่ายโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตล่ม จะประทังชีวิตด้วยปัจจัยสี่จริงๆ

นอกจากภัยพิบัติแล้ว คนมันจะตายเพราะฆ่ากันเองด้วยเนี่ยแหละ สงครามเอย แย่งชิงอาหารเอย ยังไม่นับโรคระบาด และอื่นๆ

นี่เป็นความเชื่อเฉพาะกลุ่มนะ เรื่องที่มนุษย์ต่างดาวมาช่วยเหลือภัยพิบัติน่ะ

โอเค ถ้ามันไม่เกิดก็ดีไป

มีความเชื่อแนวนิวเอจ (New Age) กล่าวว่า 2012 เป็นช่วงเวลาที่โลกจะก้าวกระโดดจากมิติที่สาม ไปยังมิติที่ห้า เป็นยุคพลังงานใหม่ เป็นการเลื่อนระดับครั้งสำคัญ

และยังมีทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับองค์กรอิลลูมินาติ (Illuminati) ว่าพวกเขาจะกำจัดประชากรโลกไป 95% เพื่อให้จำนวนมันสมดุลกับธรรมชาติ โดยพวกเขาจะปิดเกมในวันที่ 21 ธันวาคม 2012 (อันนี้ใครสนใจลองไปศึกษาเพิ่มเติมได้ แต่ตามความเห็นส่วนตัวแล้วมันไม่ใช่แค่สมคบคิดแล้วล่ะ เพราะมีหลักฐานเยอะแยะมากมายขนาดนั้น)

ยังไงก็ตาม เราเคยได้ข่าวมาว่านาซ่าเตรียมสร้างยานไว้อพยพมนุษย์จากภัยพิบัติน้ำท่วมโลก ปี 2012 นะ ต่างชาติเขาตื่นตัวเรื่องพวกนี้มาก แต่พอมาบ้านเรากลับกลายเป็นว่างมงายซะงั้น... (เอ่อ แล้วที่ขูดหาเลขเด็ด ไหว้เจ้าพ่อเจ้าแม่เพื่อขอหวยนี่ไม่งมงามเล้ยยยยยยยย)

ลองไปอ่านดูในนี้นะ >>>>> http://hilight.kapook.com/view/38036

ทุกวันนี้ภัยพิบัติมันก็เกิดถี่ขึ้นเรื่อยๆ รุนแรงขึ้นเรื่อยๆแล้วนะ

เตรียมตัวกันไว้บ้างรึยัง???

ที่สำคัญคือ เตรียมใจไว้บ้างรึยัง???

ไม่ใช่เตรียมใจแค่เรื่องภัยพิบัติในอนาคต แต่กับทุกๆเรื่อง อย่างวิกฤตน้ำท่วมตอนนี้เนี่ย เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน บ้านพัง ข้าวของชำรุดเสียหาย มีเกราะกำบังจิตใจไว้รึยัง???

มีพบก็ต้องมีพรากจาก การพรากจากของรักนี่มันก็เป็นเรื่องธรรมดา มันแสดงให้เห็นอยู่ทุกวี่ทุกวันอยู่แล้วว่าทุกสิ่งมันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป

ยิ่งยึดมาก ก็ยิ่งทุกข์มาก

ของพังไป ชำรุดไป ร้องไห้ฟูมฟาย เศร้าโศกเสียใจ มันจะมีอะไรดีขึ้นมารึเปล่านอกจากทำตัวเองทุกข์กว่าเดิม (แต่บางทีมันถึงขีดจำกัด ร้องไห้ซะมันก็ดีขึ้น แต่ไม่ได้หมายถึงร้องมันสามวันสามคืนนะ)

ยังไงก็ตาม ภัยพิบัติมันจะเกิดหรือไม่ ไม่สำคัญเท่าใจเรา ว่าจะเป็นทุกข์รึเปล่า...